WTO



ความเป็นมา

  • องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO)

    เป็นองค์การระหว่างประเทศที่มีพัฒนาการมาจากการทำความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า หรือ แกตต์ (General Agreement on Tariffs and Trade: GATT) จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2538 ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งสิ้น162 ประเทศ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558) ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกของ WTO เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2537 โดยเป็นสมาชิกลำดับที่ 59 ทำให้ประเทศไทยมีทั้งสิทธิ (Rights) และพันธกรณี (Obligations) ที่จะต้องปฏิบัติตามความตกลงต่างๆ ซึ่งรวมถึง ความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Agreement on Technical Barriers to Trade: TBT) ซึ่งเป็นความตกลงที่จะมิให้ประเทศสมาชิกใช้กฎระเบียบทางวิชาการ (technical regulations) มาตรฐาน (standards) หรือกระบวนการตรวจสอบรับรอง (conformity assessment procedures) มาเป็นอุปสรรคต่อการค้าและอุตสาหกรรม

  • วันที่ 31 สิงหาคม 2536 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ กระทรวงอุตสาหกรรม (ซึ่งต่อมากระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เป็นแกนกลางในการปฏิบัติตามพันธกรณีของความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเiทคนิคต่อการค้า (Technical Barriers to Trade: TBT)
  • วันที่ 1 พฤศจิกายน 2536 กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการลงนามรับรองความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ซึ่งความตกลงดังกล่าวมีผลใช้บังคับกับประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2536 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ สมอ.รับผิดชอบเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม ยกเว้นสินค้าเกษตรและอาหาร

ภาระผูกพันการเป็นสมาชิก WTO/TBT

  • การเป็นสมาชิกภายใต้ความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Technical Barriers to Trade: TBT) มีพันธกรณีที่สำคัญที่ต้องปฏิบัติ คือ ในการออกกฎระเบียบใดๆ ที่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายเกี่ยวกับคุณภาพ มาตรฐานของสินค้าอุตสาหกรรมทุกชนิด ที่อาจมีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ประเทศไทยรวมทั้งประเทศสมาชิกอื่นมีข้อผูกพันที่จะต้องแจ้งร่างกฎระเบียบดังกล่าวให้ประเทศสมาชิกอื่นทราบล่วงหน้าก่อนที่กฎระเบียบจะมีผลบังคับใช้ เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกอื่นแสดงข้อคิดเห็น ยกเว้นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนหรือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ ซึ่งสามารถดำเนินการประกาศใช้กฎระเบียบได้ทันที

ประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติตามพันธกรณีความตกลง TBT

    1. ประเทศสมาชิกมีสิทธิในการโต้แย้งหรือให้ข้อคิดเห็นในการจะออกกฎระเบียบของประเทศสมาชิกอื่น
    2. ผู้ประกอบการไทยได้รับทราบข้อมูลกฎระเบียบของประเทศสมาชิกอื่นที่อาจมีผลกระทบต่อการค้าก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ เพื่อการเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
    3. ช่วยอำนวยความสะดวกและลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศสมาชิก

เอกสารความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (ฉบับภาษาอังกฤษ)


เตือนภัยสินค้าอุตสาหกรรม (Early Warning)

สมอ.ติดตามมาตรการและกฎระเบียบของประเทศสมาชิก WTO อย่างต่อเนื่องเพื่อแจ้งเตือนล่วงหน้าให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการของไทยได้รับทราบมาตรการและกฎระเบียบของประเทศสมาชิก WTO ที่มี/อาจมีผลกระทบโดยตรงต่อการค้าและการส่งออกของไทยได้เตรียมพร้อมรองรับมาตรการดังกล่าว


หัวข้อกฎระเบียบของประเทศไทย วันที่สร้าง ไฟล์แนบ
หัวข้อกฎระเบียบของประเทศไทย วันที่สร้าง ไฟล์แนบ
เวียดนามได้ออกประกาศร่างกฎระเบียบเสื้อผ้าทนความร้อนและไฟ (Notification G/TBT/N/VNM/99) 24 ก.ค. 2560 14:33 ไฟล์แนบ
เวียดนามได้ออกประกาศร่างกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารเคมีเป็นส่วนประกอบ (Notification G/TBT/N/VNM/97) 24 ก.ค. 2560 14:31 ไฟล์แนบ
สหภาพยุโรปประกาศปรับลดปริมาณสาร Tricyclazole ที่ตกค้างได้สูงสุดในสินค้าเกษตร 11 ก.ค. 2560 15:33 ไฟล์แนบ
สหภาพยุโรปออกกฎระเบียบ ๓ ฉบับ อนุญาตการใช้สารออกฤทธิ์ ๓ ชนิด 05 ก.ค. 2560 11:14 ไฟล์แนบ
ประเทศเกาหลีออกร่างแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับยานยนต์ระบบราง (Notification G/TBT/N/KOR/718) 05 ก.ค. 2560 11:08 ไฟล์แนบ

ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อสำนักบริหารมาตรฐานระหว่างประเทศ กลุ่มองค์การการค้าโลก โทรศัพท์ 0 2202-3504


กฎระเบียบของไทยและประเทศสมาชิก WTO

ตามที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกความตกลงว่าด้วยอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (Agreement on Technical Barriers to Trade: TBT) ภายใต้องค์การการค้าโลก (World Trade Organization: WTO) โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับมอบหมายให้เป็นแกนกลางในการปฏิบัติตามพันธกรณีของความตกลงดังกล่าว (ยกเว้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและอาหาร)

โดยความตกลงดังกล่าวกำหนดให้ประเทศสมาชิกที่จะประกาศใช้หรือแก้ไขมาตรฐาน กฎระเบียบทางวิชาการ และกระบวนการตรวจสอบรับรอง (ซึ่งครอบคลุมถึงพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง หรือระเบียบข้อบังคับอื่นๆ) ที่อาจมีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ต้องแจ้งประเทศสมาชิกอื่นทราบล่วงหน้าก่อนวันที่กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้และเปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกอื่นได้แสดงความคิดเห็น/ข้อคัดค้าน หากกฎระเบียบดังกล่าวมีข้อกำหนดที่แตกต่างหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานระหว่างประเทศที่มีอยู่