กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๖ (พ.ศ.๒๕๑๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑
          อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๑ และมาตรา ๕๘ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

          ข้อ ๑ ผู้ประสงค์จะนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมใดที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนั้นเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักรต่อสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ตามแบบ มอ.๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้พร้อมทั้งส่งมอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือภาพหรือคำชี้แจงแสดงลักษณะโดยละเอียดของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ประสงค์จะนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักรนั้นเป็นไปตามมาตรฐาน หลักฐานนั้นอย่างน้อยต้องมี
                    (๑) เอกสารแสดงข้อกำหนดรายการของผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
                    (๒) แผนภูมิหรือรายละเอียดแสดงวิธีการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมในระหว่างทำและสำเร็จรูปแล้วในต่างประเทศ

                    ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตส่งมอบใบรับรองของสถาบันมาตรฐาน หรือสถาบันตรวจสอบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของต่างประเทศที่เชื่อถือได้ ซึ่งรับรองว่าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ประสงค์จะนำเข้ามา เพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักรนั้นเป็นไปตามมาตรฐาน ผู้ขอรับใบอนุญาตจะไม่ส่งมอบหลักฐานตาม (๑) หรือ (๒) ก็ได้

          ข้อ ๒ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอพร้อมทั้งหลักฐานตามข้อ ๑ แล้ว ให้ดำเนินการตรวจสอบ เพื่อประโยชน์แก่การตรวจสอบ พนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ขอรับใบอนุญาตส่งมอบหลักฐานเพิ่มเติมอีกก็ได้

          ข้อ ๓ ใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร ให้ทำตามแบบ มอ.๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๖
พลเอก ก. สีวะรา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๕๑๑ บัญญัติว่า หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการขออนุญาต การตรวจสอบ และการออกใบอนุญาตนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานเข้ามา เพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้